วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2552

การป้องกันคอมพิวเตอร์จากอีเมล์ spam

ในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมล์เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในระดับองค์กรเพื่อติดต่อทางธุรกิจ หรือการติดต่อสื่อสารส่วนตัว ซึ่งอีเมล์แอดเดรสของเราก็เปรียบเสมือนการที่อยู่ทางไปรษณีย์นั่นเอง แต่จะแตกต่างกันก็คืออีเมล์แอดเดรสจะถูกส่งไปกับอีเมล์ที่เรารับ,ส่ง, ส่งต่อ(forward) ก็หมายถึงทุกครั้งที่เรารับ, ส่ง หรือ ส่งต่ออีเมล์จะทำให้คนที่อยู่ในกลุ่มผู้รับหรือผู้ที่รับอีเมล์ต่อจะรู้อีเมล์แอดเดรสของเราอย่างง่ายดาย หมายถึงโอกาสที่กลุ่มผู้สร้าง SPAM จะสามารถรู้อีเมล์แอดเดรสของเราและส่ง SPAM
อีเมล์มาให้เราได้อย่างไม่ยากเลย

SPAM จริงๆแล้วก็ไม่ได้เป็นคำย่อมาจากคำใดๆ และก็ไม่เคยมีความหมายในภาษาอังกฤษมาก่อน เพียงแต่เป็นคำแสลง ที่ใช้ในการเรียกอีเมล์ที่ส่งมาเพือมีจุดประสงค์ในการโฆษณาขายสินค้า, ประชาสัมพันธ์, บริจาค, ขอความช่วยเหลือ หรืออื่นๆ ซึ่งสร้างความรำคาญในกับผู้ใช้อีเมล์หากได้รับอีเมล์ประเภทนี้มาเกินไป


ก็อย่างที่เรารู้กันว่าการส่งอีเมล์เป็นการสื่อสารที่เสียค่าใช่จ่ายน้อยและสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้จำนวนมาก พวกสร้าง SPAM ก็คือพวกที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดเพื่อจุดประสงค์ในการ โฆษณาขายสินค้า, ประชาสัมพันธ์ ทางธุรกิจของตน จึงใช้วิธีการให้ได้มาซึ่งอีเมล์แอดเดรสของกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งอาจเป็นได้จากหลายกรณี เช่น การที่เราส่งต่ออีเมล์ต่างๆ, การใช้อีเมล์แอดเดรสในการสมัครสมาชิกของกลุ่มข่าว( newsgroup) หรือ สมัครสมาชิกของwebsite ต่างๆ เป็นต้น


จะเห็นได้ว่า SPAM เกิดจากการที่พวกที่สร้าง SPAM รู้อีเมล์แอดเดรสของเรา ดังนั้นการป้องกันที่สาเหตุที่ดีที่สุด คือการที่ป้องกันไม่ให้คนอื่นที่ไม่จำเป็นหรือไม่เกี่ยวข้องในติดต่อรู้อีเมล์แอดเดรสของเรา
แต่ถ้าเราไม่สามารถป้องกันได้ที่สาเหตุตั้งแต่แรก และเราได้เคยได้รับ SPAM อีเมล์แล้ว เราก็สามารถการป้องกันได้ที่ปลายเหตุ โดยใช้ความสามารถของอีเมล์ไคลเอ็นท์ เช่น Microsoft Outlook ในการกรอง SPAM อีเมล์ หรือ/และร่วมกับความสามารถของอีเมล์เซอร์เวอร์ เช่น Microsoft Exchange หรือ ซอร์ฟแวร์ anti-spam เพิ่มเติม ตามความเหมาะสม โดยทั่วไปการป้องกัน SPAM สามารถทำได้ดังนี้


ใช้ Outlook ในการกรองอีเมล์ SPAM
ถ้าคุณใช้ Outlook 2003 ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่แล้ว คุณจะเห็นได้ว่ามี folder ที่เรียกว่า Junk E-Mail. ซึ่งใน Folder นี้จะมีกลไกในการกรองอีเมล์ที่ไม่ต้องการออกไปจาก Inbox ซึ่งตัวกรองจะสามารถกำหนดได้หลากหลายรูปแบบ รวมทั้งเวลาที่อีเมล์ถูกส่งมา(ซึ่งปกติอีเมล์SPAM จากแหล่งเดิมๆมักถูกตั้ง script ให้ส่งมาเวลาเดียวกันในแต่ละวัน) ตัวอย่างการทำงานของตัวกรองอีเมล์ของ Junk E-mail folder แสดงได้ดังนี้

  • คุณสามารถกำหนดกลุ่ม "Safe Senders List" สำหรับกลุ่มคนที่คุณติดต่ออยู่เป็นประจำ(ที่อยู่นอกเหนือจากคนที่อยู่ใน Outlook contact ของคุณ) ทำให้อีเมล์จากคนเหล่านั้นจะไม่ถูกส่งไปยัง Junk E-mail folder ซึ่งคุณสามารถทำได้โดย เลือกอีเมล์ที่ส่งมาถึงคุณใน Inbox ที่คุณต้องการจัดให้ผู้ส่งอยู่ใน "Safe Senders List" แล้วไปที่เมนู Actions -> Junk E-mail -> Add Sender to Safe Senders List อีเมล์แอดเดรสของผู้ส่งอีเมล์ฉบับนั้นก็จะอยู่ใน "Safe Senders List"อัตโนมัติ
  • เพราะว่าเมื่อ Outlook ได้รับอีเมล์จากคนที่อยู่ใน Outlook contact จะส่งไปที่ Inbox ทันที ดังนั้นควรจะหมั่นอัปเดท Outlook contact สม่ำเสมอ เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาอีเมล์แอดเดรสของผู้ที่เราติดต่อด้วยและนอกจากนี้ยังมั่นใจได้ว่าอีเมล์จากพวกเขาเหล่านั้นจะไม่หลุดไปอยู่ใน Junk E-mail folder เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการกรองอีเมล์ SPAM อีกด้วย
  • นอกจากนี้คุณยังสามารถกำหนด Outlook ให้สามารถรับอีเมล์จากกลุ่มผู้ส่งใน "Safe Senders List" เข้าไปที่ Inbox เท่านั้นที่เหลือไปที่ Junk E-mail folder ก็ได้ หรือในทางกลับกันคุณสามารถกำหนด "Blocked Senders List" ใน Outlook เพื่อให้ Outlook จัดการนำอีเมล์ที่ได้รับจากผู้ส่งที่อยู่ในรายชื่อนี้ไปใน Junk E-mail folder ทันที การกำหนดอีเมล์แอดเดรสให้เป็น "Blocked Senders List" ก็ทำคล้ายๆกับการทำ "Safe Senders List" ที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
  • หากคุณใช้ Microsoft Exchange เป็นอีเมล์เซอร์เวอร์ Outlook จะไม่นำอีเมล์ที่ได้จากภายในองค์กรเดียวกันไปใส่ไว้ใน Junk E-mail Folder เป็นอันขาด

โดยทั่วไป, ตัวกรองอีเมล์ของ Junk E-mail folder จะถูกติดตั้งโดยใช้ความเข้มงวดต่ำที่สุด ซึ่งเมื่อพบอีเมล์ต้องสงสัยว่าอาจะเป็นอีเมล์ SPAM ก็จะย้ายอีเมล์นั้นไปที่ Junk E-mail folder ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิดดูและลบอกด้วยตนเองอีกครั้ง

หากคุณยังไม่ได้ใช้ Outlook 2003 แต่ใช้ Outlook version ก่อนหรือ Microsoft Outlook Express ก็สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เช่นกันโดย

  • กำหนดชื่อผู้ส่งและทั้งโดเมน(เช่น @spam.com ) ที่ต้องสงสัยว่าจะเป็น SPAMใน "junk e-mail list"
  • สร้างกฎที่จะทำให้ Outlook รู้จักอีเมล์ SPAM เช่นให้ใส่ flag หรือลบอีเมล์นั้นทิ้งเมื่อเจอ คำที่กำหนดเช่น spam, donation เป็นต้น อยู่ใน subject หรือเนื้อหาของอีเมล์
นอกจากนี้คุณยังนำกฎเหล่านี้มาใช้เพื่อกำหนดสีของอีเมล์ที่ต้องสงสัยเพื่อที่จะสามารถแยกออกมาได้อย่างเด่นชัด แทนที่จะลบมันไปอัตโนมัติก็ได้

หากต้องการเรียนรู้วิธีการ กำหนดชื่อผู้ส่งและทั้งโดเมนที่ต้องสงสัยว่าจะเป็น SPAMใน "junk e-mail list" หรือวิธีการสร้างกฏ สามารถทำได้โดยกดปุ่ม F1 ใน Outlook 2002, Outlook 2000 หรือ Outlook express


หลีกเลี่ยงการตอบอีเมล์ SPAM
เพราะการตอบอีเมล์ SPAM ทำให้พวกผู้สร้าง SPAM รู้ว่าคุณยังใช้อีเมล์แอดเดรสและเมล์บ๊อกซ์นี้อยู่ ทำให้พวกผู้สร้าง SPAM จะส่งอีเมล์ SPAM มาอีก ทางที่ดีที่สุดคือลบอีเมล์ SPAM ทิ้งเมื่อคุณได้รับมัน

ไม่ควรใช้อีเมล์แอดเดรสที่ใช้ในองค์กร ในการลงทะเบียนใดๆ บนอินเตอร์เนต
ในบางครั้งคุณอาจต้องการลงทะเบียน mailing list, news group , การดาวน์โหลด freeware หรือ shareware, การสมัครสมาชิกใดๆบนอินเตอร์เนต หรือการซื่อของทางอินเตอร์เนต คุณไม่ควรจะใช้อีเมล์แอดเดรสที่ใช้ในองค์กรในการลงทะเบียนเหล่านี้ เพราะจะทำให้อีเมล์แอดเดรสของคุณหลุดรอดไปยังพวกสร้างอีเมล์ SPAM ได้ ข้อแนะนำคือ ให้สร้างอีเมล์แอดเดรสในฟรีเมล์เช่น hotmail ไว้อีกหนึ่งอีเมล์แอดเดรส เพื่อใช้ในการลงทะเบียนหรือซื้อของทางอินเตอร์เนตแทนการใช้อีเมล์แอดเดรสหลักที่ใช้ในองค์กร


ถ้าคุณเป็นผู้ดูแลระบบคุณอาจจะต้องกำหนดให้ผู้ใช้เครือข่ายของคุณใช้กฎการป้องกันอีเมล์

หากคุณมี web site เป็นของตัวเอง ไม่ควรใส่อีเมล์แอดเดรสหลักที่คุณใช้ในองค์กรลงบน web site

หากต้องใช้อีเมล์แอดเดรสในการลงทะเบียน website ใดๆให้อ่าน privacy policy ให้ละเอียด
สำหรับ website ที่ต้องการให้คุณใช้อีเมล์แอดเดรสในการลงทะเบียน มักมี privacy policy ให้คุณอ่านและเลือกตอบ เช่น คุณต้องการเปิดเผยข้อมูลและอีเมล์แอดเดรสของคุณแก่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้ใช้ของ website หรือไม่ ?, อีเมล์ของคุณต้องการให้เก็บเป็นความลับหรือไม่ ? เป็นต้น ดังนั้นคุณจะต้องอ่านให้ละเอียดและเลือกตอบให้เหมาะสม

ลบข้อมูลของคุณจาก profile ต่างๆที่อาจค้นเจอได้โดยทางอินเตอร์เนต
ข้อนี้อาจทำได้ยากในทางปฎิบัติ แต่จากการสำรวจอย่างไม่เป็นทางการของผู้เขียนเอกสาร Crabby's top 10 spam-fighting tips พบว่าเมื่อทำการลบ profile ที่เราไปลงทะเบียนไว้หรือแสดงอีเมล์แอดเดรสของเราเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น Internet directory, กลุ่มข่าว หรือ discussion board พบว่าจำนวนอีเมล์ SPAM ลดลง

ไม่ควรส่งต่ออีเมล์ประเภท chain e-mail หรือ forward mail
ซึ่งปัจจุบันมี chain e-mail หลายรูปแบบ เช่นการบริจาคเงิน , บริจาคเลือด, การได้รับรางวัล ต่างๆ หรือ forward e-mail เช่นรูปภาพ, ข้อความ, ข่าว เป็นต้น

หากต้องการส่งต่ออีเมล์ประเภทนี้ ก็ควรจะลบรายชื่อของผู้ที่ได้รับอีเมล์ก่อนหน้านี้ที่จะปรากฎอยู่เมื่อคุณกดปุ่ม Forward ทั้งนี้เป็นช่วยการป้องกันผู้ที่อยู่ในรายชื่อของผู้ที่ได้รับอีเมล์ก่อนหน้านี้ แต่อย่าลืมว่าผู้ที่
ได้รับอีเมล์ต่อจากคุณอาจจะส่งต่อไปให้เพือนๆของเขา ซึ่งคุณก็มีโอกาสเสี่ยงในการที่พวกสร้างอีเมล์ SPAM จะรู้อีเมล์แอดเดรสของคุณอยู่ดี


บทความของ microsoft
เอกสารอ้างอิง
Crabby's top 10 spam-fighting tips, http://office.microsoft.com/en-us/assistance/HA010701261033.aspx

10 ทิปใช้งาน Google ให้เต็มประสิทธิภาพ ขอให้สนุกกับการใช้ทิปนี้นะคะ

ทุกวันนี้ใครๆ จะหาอะไรก็ต้องถามหา Google ครับ...แต่น้อยคนนักที่จะใช้ระบบการค้นหาของ Google ให้ได้เต็มประสิทธิภาพได้ วันนี้ผมเลยรวบรวมเทคนิคที่นิยมใช้กันกับ Google มาแนะนำให้ไปลองใช้ดูครับเผื่อจะช่วยให้การค้นหาของเพื่อนๆ นั้นแม่นยำมากขึ้น

1. ปรับหน้าแสดงผลให้เป็นภาษาที่คุ้นเคย
สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง หรือต้องการความคุ้นเคยในการใช้งาน คุณสามารถปรับหน้าตาของ Google ได้ โดยไปที่ http://www.google.com/preferences?hl=en จากนั้นไปที่ Interface Language ทีนี้คุณก็ปรับภาษาหน้าเว็บได้ตามต้องการ แล้วคลิก Save Preference ซึ่งคุณสามารถปรับเปลี่ยนภาษาได้มากถึง 117 ภาษา

2. ประเทศไหนๆ ก็มี Google
โดยทั่วไปสำหรับการใช้งาน Google ส่วนมากเราจะเริ่มการใช้งานที่http://www.google.com/ แต่ก็มีหลายคนสังเกตว่าชื่อเว็บของ Google ยังมีแบบอื่นอีก เช่น http://www.google.co.th/, http://www.google.fr/ หรือ http://www.google.co.uk/ ซึ่งเว็บเหล่านี้เป็นหน้าเว็บของแต่ละประเทศ โดยการค้นหาจากหน้าเว็บของประเทศนั้นๆ อันดับการแสดงผลก็จะแสดงหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่ค้นหาก่อน

3. ค้นหาเฉพาะภาษาในประเทศ
นอกจาก Google จะมีการปรับหน้าตาเว็บให้เป็นภาษาต่างๆ แล้ว Google ยังให้บริการการค้นหาข้อมูลเฉพาะประเทศ โดยประเทศที่มีหน้าเว็บ Google ของประเทศตัวเองมีอยู่ทั้งหมด 43 ประเทศ การตั้งค่าให้การค้นหาเจาะจงไปที่เว็บของประเทศนั้นๆ ทำได้โดยไปที่ http://www.google.com/preferences?hl=en ดูที่ Search Language ติ๊กที่ Prefer pages written in these language(s): แล้วเลือกประเทศที่ต้องการ แล้วคลิก Save Preference

4. ค้นหาอย่างปลอดภัย
ในการค้นหาข้อมูลแบบปกติ อาจจะมีบ้างที่มีเว็บไม่พึงประสงค์ติดมาด้วย เช่นเว็บโป๊เปลือย ตุนวสามารถป้องกันไม่ให้เด็กค้นเจอเว็บโป๊เปลือยได้ ให้ไปที่ http://www.google.com/preferences?hl=en ดูที่ SafeSearch Filter แล้วติ๊กที่ Use strict filtering (Filter both explicit text and explicit images) ซึ่งเป้ฯการป้องกันทั้งข้อความลรูปภาพที่ไม่เหมาะสม จากนั้นคลิก Save Preference

5. เน็ตช้าก็ค้นหาได้เร็ว
คุณสามารถปรับแต่งการค้นหาของ Google ให้เหมาะสมกับความเร็วอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งไปปรับที่ http://www.google.com/preferences?hl=en แล้วดูที่ Number of Result ซึ่งหากคุณใช้โมเด็มแบบ Dial-up ก็เลือกจำนวนการแสดงข้อมูลเว็บเพจอยู่ที่ 10 เว็บเพจต่อหนึ่งหน้า ถ้าคุณใช้เน็ตแบบไฮสปีดคุณสามารถเลือกแสดงผลได้สูงสุดถึง 100 เพจต่อหนึ่งหน้า

6. Google เปลี่ยนไป๋
หากเบื่อกับหน้าตา Google แบบเดิมๆ แล้วอยากลองของแปลก ให้พิมพ์ http://www.google.com/intl/xx-hacker/ ในบราวเซอร์ คุณจะเห็นเว็บ Google หน้าตาเพี้ยน โดยคำที่ใช้จะมีการใช้ตัวเลขมาแทนตัวอักษร ลองอ่านดูว่าคุณจะอ่านทำไหนได้บ้าง



7. AND ในส่วนนี้จะเป็นการค้นหาที่เราใช้งานเยอะที่สุด โดย AND หรือการเคาะวรรคจะเป็นการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น เพลง AND รักเธอเสมอ หรือ เพลง รักเธอเสมอ จะเป็นการค้นคำเดียวกันครับ

8. OR
คำสั่ง OR จะเป็นการเลือกคำที่จะค้นหา เช่น เพลง OR รักเธอเสมอ หมายถึงเลือกค้นคำว่า เพลง หรือคำว่า รักเธอเสมอ

9. เครื่องหมายบวก (+)
คำสั่ง + จะเป็นการค้นหาคำศัพท์ที่ไม่รวมรากศัพท์ต่างๆ และกิริยา 3 ช่อง เพราะปกติเวลาที่คุณพิมพ์คำที่ต้องการค้นหากูเกิ้ลจะหาคำที่ใกล้เคียงมาให้ด้วย ซึ่งคำสั่งนี้จะใช้กับการค้นหาที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น จากรูปจะเห็นว่าหากเราค้นหาคำว่า running โดยไม่มีคำสั่ง + กูเกิ้ลจะค้นหาทั้งคำว่า running, run, และคำที่ใกล้เคียงมาให้ถึง 477 ล้านเพจ แต่ถ้าใช้ + running จะเหลือการค้นหาเพียง 474 ล้านเพจ ลดการค้นหาลงไปตั้ง 3 ล้านเพจ

10. เครื่องหมายลบ (-) เป็นคำสั่งที่ใช้ตัดคำที่ไม่ต้องการออกไป เช่น เพลง - รักเธอเสมอ หมายถึงการค้นหาคำว่า เพลง แต่ไม่ให้แสดงหน้าที่มีคำว่า รักเธอเสมอ

ข้อมูลจาก : ohodownload เครดิตจาก www.thaiza.com

วิธีจัดเรียงไอคอนบนเดสก์ทํอป

วิธีจัดเรียงไอคอนบนเดสก์ทํอป




จะมีรายการให้เลือกคือ
Name เรียงตามตัวอักษรของชื่อไอคอนนั้น
Size เรียงตามขนาดของไฟล์ข้อมูลที่ไอคอนนั้นแทน
Type เรียงตามชนิดของไอคอน เช่นไฟล์ข้อมูล โปรแกรม หรือชอร์ตคัต
Modified เรียงตามวันที่ที่สร้างหรือแก้ไขไฟล์ที่ไอคอนนั้นแทน
Auto Arrange ใฟ้จัดเรียงไอคอนเป็นแถวโดยอัติโนมัติ ถ้าเลือกข้อนี้ให้มีเครื่องหมายถูก ทุกไอคอนจะเรียงเป็นแถวชิดด้านซ้ายของจอ ไม่สามารถลากย้ายไปไหนได้
Align to Grid ถ้าเลือกข้อนี้ให้มีเครื่องหมายถูก เมื่อลากไปวางตรงไหนก็ตาม ไอคอนจะเรียงตามแนวตาราง(grid)โดยอัติโนมัติ
*ตั้งระยะห่างแนวนอนและแนวตั้งของช่อง grid นี้ได้จาก Control Panel โดยคลิกขวาที่ว่างบนเดสก์ท๊อป คลิกแท๊บ Appearance คลิกปุ่ม Advanced เลือก Icon spacing (Horizontal) หรือ Icon spacing (Vertical) ที่ช่อง Items แล้วกำหนดระยะห่างที่ช่อง Size

100 คำสั่งบนแป้นคีย์บอร์ดเตือนคำทรงจำ....

เผื่อบางคนอาจจะลืมไปแล้ว.....


CTRL+C --คัดลอก
CTRL+X --ตัด/ย้าย

CTRL+V --วาง (ใช้คู่กับคำสั่งคัดลอก/ตัด)

CTRL+Z --ยกเลิกการทำงานครั้งล่าสุด

DELETE --ลบโดยไปพักที่ถังขยะ

SHIFT+DELETE --ลบโดยไม่ต้องพักที่ถังขยะ

CTRL กดค้างไว้+คลิกเลือกไฟล์ --เป็นการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง

CTRL+SHIFT กดค้างไว้ แล้วคลิกที่ไฟล์แรก และไฟล์สุดท้าย --จะเป็นการเลือกตั้งแต่
ไฟล์แรกถึงไฟล์สุดท้ายทั้งหมด

F2 --เปลี่ยนชื่อแฟ้ม

CTRL+RIGHT ARROW --ไปยังคำต่อไป (ด้านขวามือ)

CTRL+LEFT ARROW --ไปยังคำก่อนหน้า (ด้านซ้ายมือ)

CTRL+DOWN ARROW --ไปยังย่อหน้าต่อไป (ลงล่าง)

CTRL+UP ARROW --ไปยังย่อหน้าต่อไป (ขึ้นบน)

CTRL+SHIFT --ทำ Highlight ทั้งบรรทัด

SHIFT+ปุ่มลูกศร --ทำ Highlight เฉพาะส่วนที่เลือก

CTRL+A --เลือกทั้งหมด

F3 --ค้นหา

ALT+ENTER --ดู properties

ALT+F4 --ปิดโปรแกรมที่ใช้งานในปัจจุบัน

ALT+SPACEBAR --เปิด shortcut menu ของหน้าจอที่ใช้งานอยู่

CTRL+F4 --ปิดโปรแกรมที่ใช้อยู่ทั้งหมด

ALT+TAB --สลับหน้าจอระหว่างโปรแกรมที่ 1 ไปโปรแกรมที่ 2 3 4

ALT+ESC (Cycle through items in the order that they had been opened)

F6 key (Cycle through the screen elements in a window or on the desktop)

F4 --แสดงรายการใน Address bar

SHIFT+F10 --เหมือนการคลิกขวาที่เม้าส์

CTRL+ESC --เหมือนการคลิกที่ปุ่ม Start

ALT+Underlined letter in a menu name (Display the corresponding menu)

Underlined letter in a command name on an open menu (Perform the
corresponding command)

F10 key (Activate the menu bar in the active program)

RIGHT ARROW --เปิดเมนูถัดไปทางขวาหรือเปิดเมนูย่อยทางขวา

LEFT ARROW --เปิดเมนูถัดไปทางซ้ายหรือเปิดเมนูย่อยทางซ้าย

F5 key --รีเฟรชหน้าจอปัจจุบัน

BACKSPACE --แสดงโฟลเดอร์ที่อยู่เหนือขึ้นไป 1 ระดับ

ESC --ยกเลิก

SHIFT เมื่อใส่แผ่น CD-ROM --หยุดยั้งการเปิดแผ่นแบบอัตโนมัติ

Dialog Box Keyboard Shortcuts /เกี่ยวกับไดอะล็อก

CTRL+TAB --ไปในแถบต่อไป

CTRL+SHIFT+TAB --ไปในแถบก่อนหน้า

TAB --เลื่อนไปยังส่วนต่อไป

SHIFT+TAB --เลื่อนไปยังส่วนก่อนหน้า

ALT+Underlined letter (Perform the corresponding command or select
the corresponding option)

ENTER --ตกลง

SPACEBAR --เลือก/ไม่เลือกใน check box

Arrow keys (Select a button if the active option is a group of option buttons)

F1 key --Help

F4 key --แสดงรายการที่ active อยู่

BACKSPACE --แสดงโฟลเดอร์ที่อยู่เหนือขึ้นไป 1 ระดับ

Microsoft Natural Keyboard Shortcuts /ทั่วไป ๆ

Windows Logo --แสดง/ซ่อน Start menu

Windows Logo+BREAK --แสดง System Properties

Windows Logo+D --แสดงหน้าจอ desktop

Windows Logo+M --ย่อหน้าต่างงานทั้หมด

Windows Logo+SHIFT+M --โชว์หน้าต่างงานที่เราย่อไว้ (ยกเลิกการย่อหน้าต่าง)

Windows Logo+E --เปิด My computer

Windows Logo+F,CTRL+Windows Logo+F --ค้นหา

Windows Logo+F1 --Help

Windows Logo+ L --ล็อค keyboard

Windows Logo+R --Run

Windows Logo+U --Utility Manager

แก้ปัญหา Hard Disk เต็มเร็วด้วยวิธี Compress File

สวัสดีครับ ผม »» the dlkl1™ ♫☺ แห่งเว็บไซต์โซน-ไอที ดอท คอม กลับมาแล้ว^^

หลังจากที่ »» the dlkl1™ ♫☺ ไม่ได้เขียนบทความมาเป็นเวลานานมาก วันนี้ก็เกิดอารมณ์อยากเขียนบทความขึ้นมาพอดี ก็เลยคิดนำบทความเรื่อง แก้ปัญหา Hard Disk เต็มเร็วด้วยวิธี Compress File มาให้คุณผู้อ่านได้อ่านกัน

เนื่องจากว่าสมัยนี้ข้อมูลแต่ละอย่างมักจะมีขนาดใหญ่ขึ้น จนทำให้ Hard Disk ต้องมีพื้นที่เก็บไฟล์เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับไฟล์ใหญ่ๆที่จะเข้ามาอยู่ในระคอมพิวเตอร์ และหลายๆคนก็ขี้เกียจซื้อ Hard Disk ใหม่ด้วย เพราะว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีบ้าง โดนลดเงินเดือนบ้าง เงินไม่ค่อยพอใช้บ้าง
»» the dlkl1™ ♫☺ ก็เลยมานำเสนอวิธีประหยัด Hark Disk แบบไม่ต้องจ่ายตังค์เพิ่มมาให้ได้ลองใช้กัน ซึ่งวิธีนี้ไม่ต้องลงโปรแกรมเลย เพียงแค่ใช้ตัวเลือกที่มากับ Windows ก็ประหยัดพื้นที่ได้ง่ายๆเลยครับ

มาดูกันดีกว่าว่าทำอย่างไร

กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อแสดงรูปที่ซ่อนอยู่

1. ให้เข้าไปใน My Computer ก่อนเลยครับ

2. เมื่อเข้าไปแล้วให้เลือก Drive ที่ต้องการ Compress เลยครับ ในที่นี้ »» the dlkl1™ ♫☺ ขอเลือก Drive C ก็แล้วกันนะครับ

กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อแสดงรูปที่ซ่อนอยู่

3. ให้คลิกขวาที่ Drive C แล้วกด Properties ครับ

กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อแสดงรูปที่ซ่อนอยู่

4. ให้มองลงไปข้างล่าง หาประโยค Compres drive to save disk space. ครับ เมื่อพบแล้วก็ให้ติ๊กถูกในช่องที่อยู่ข้างหน้า Compres drive to save disk space. เลยครับ เสร็จแล้วกดปุ่ม OK

กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อแสดงรูปที่ซ่อนอยู่

5. แล้วคราวนี้มันจะถามคำถามมาครับ ประมาณว่า "คุณต้องการที่จะบีบอัดข้อมูลเฉพาะ C:\ อย่างเดียวหรือจะบีบอัดข้อมูลทุกไฟล์และทุกโฟลเดอร์ใน Drive C"

แล้วคราวนี้ให้คุณตอบคำถามให้มันครับ ซึ่งคำตอบมี 2 ตัวเลือกด้วยกัน ไม่มีตัวช่วยนะครับ

- ตัวเลือกที่ 1 : ฉันต้องการบีบอัดข้อมูลเฉพาะ C:\ เท่านั้น
- ตัวเลือกที่ 2 : ฉันต้องการบีบอัดข้อมูลทุกไฟล์และทุกโฟลเดอร์ใน Drive C

แต่ในที่นี้ »» the dlkl1™ ♫☺ เลือกตัวเลือกที่สองครับ เพราะมันจะบีบอัดข้อมูลให้เล็กลงทุกไฟล์ ทุกโฟลเดอร์ที่อยู่ใน Drive C เลย

กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อแสดงรูปที่ซ่อนอยู่

6. แต่เนื่องจากบางไฟล์มันทำงานอยู่ ระบบจึงบอกมาว่า "เกิดความผิดพลาดระหว่างบีบอัดไฟล์, เนื่องจากไฟล์ C:\Document and Settings\All User\zzzzz.xyz กำลังทำงานอยู่ คุณต้องการจะทำอย่างไรต่อไป" แล้วมันจะมี 4 ตัวเลือกให้คุณเลือกครับ

- ตัวเลือกที่ 1 : Ignore คือ ไม่ต้องไปสนใจมัน บีบอัดไฟล์อื่นต่อไปได้เลย
- ตัวเลือกที่ 2 : Ignore All คือ ไม่ต้องไปสนใจไฟล์ที่กำลังทำงานอยู่ทั้งหมด ให้บีบอัดไฟล์อื่นที่ไม่ได้ทำงานอยู่แทน
- ตัวเลือกที่ 3 : Retry คือ ลองใหม่อีกครั้งนึงซิ
- ตัวเลือกที่ 4 : Cancel คือ ยกเลิก ไม่ต้องบีบอัดข้อมูลแล้ว

ความแตกของตัวเลือกที่ 1 และตัวเลือกที่ 2 คือ : ในตัวเลือกที่ 1 ระบบจะข้ามไฟล์ที่กำลังทำงานอยู่เพียงแค่ไฟล์เดียว แล้วบีบอัดไฟล์ต่อไป และถ้าเจอไฟล์์ไหนกำลังทำงานอยู่อีกครั้ง มันก็จะถามอีก ว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป ส่วนตัวเลือกที่ 2 คือหากระบบไปพบว่าไฟล์ไหนที่กำลังทำงานอยู่ ระบบก็จtข้ามให้เองอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องถามหลายๆครั้ง และคนตอบจะได้ไม่ต้องตอบหลายๆครั้ง

ดังนั้น »» the dlkl1™ ♫☺ จึงเลือก Ignore All ไปเลย เพราะคนตอบก็ขี้เกียจเป็นเหมือนกัน

กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อแสดงรูปที่ซ่อนอยู่

7. แล้วคราวนี้คุณก็รอให้มันทำงานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเสร็จ ส่วนจะใช้เวลานานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าในคอมพิวเตอร์ของคุณ มีข้อมูลมากแค่ไหน ถ้ามีเยอะมาก ถึงมากที่สุด ก็จะใช้เวลานานหลายชั่วโมง อาจจะเป็นวันเลยก็ได้ครับ ในระหว่างรอมันบีบอัดข้อมูล คุณก็หาอย่างอื่นทำไปก่อนได้เลย จะหลับ 2 ตื่นเลยก็ได้เช่นกัน

8. เมื่อเสร็จแล้วให้รีเฟรชหน้า My Computer ใหม่อีกครั้ง (ด้วยการกด F5) แล้วให้คลิกขวา Drive ที่คุณสั่งบีบอัดข้อมูลไปเมื่อสักครู่ หรือเมื่อหลายชั่วโมงที่แล้ว แล้วกด Properties แล้วคุณก็จะเห็นว่าพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลมีมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว คราวนี้คุณก็สามารถเก็บไฟล์ต่างๆได้มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว

9. และภายใน Drive นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของชื่อไฟล์ไป

กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อแสดงรูปที่ซ่อนอยู่

10. นั่นก็คือชื่อไฟล์จะกลายเป็นสีน้ำเงินนั่นเอง แต่ไม่ต้องกลัวครับ เพราะข้อมูลที่อยู่ภายในไฟล์นั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน สิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงก็คือชื่อ เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีน้ำเงิน เพื่อแสดงให้คุณรู้ว่าไฟล์นั้น Compress เรียบร้อยแล้ว

เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย


แต่สำหรับใครที่พื้นที่เก็บไฟล์ที่เหลือยังมีไม่จุใจ คุณก็สามารถแก้ไขได้ง่ายๆโดยการไปลบพวก Temp File, ไฟล์ต่างๆที่ไม่ใช้แล้ว เช่นไฟล์ Setup ของเกมส์, โปรแกรมต่่างๆ หรืออาจจะใช้โปรแกรมทำความสะอาด Hard Disk มาช่วยอีกแรงนึงก็ได้ครับ และนอกจากนี้แล้วตัวโปรแกรมที่มีอยู่ในเครื่องก็อาจจะกินพื้นที่เก็บไฟล์ของคุณก็ได้เช่นกันครับ โดยเฉพาะเกมส์ต่างๆ, โปรแกรมใหญ่ๆ เป็นต้น ให้เข้าไปถอดการติดตั้งได้จาก Add or Remove Program ครับ แล้วทีนี้คุณก็จะได้พื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว |n4:|


บทความนี้ พิมพ์โดย »» the dlkl1™ ♫☺@Zone-IT.com

วิธีแก้ การแก้ปัญหาเรื่องคอมพ

วิธีแก้ การแก้ปัญหาเรื่องคอมพ์ ถ้าซ้ำต้องชออภัยน๊ะค๊ะ (ลบออกได้ค่ะ)
ยกเลิกการจดจำตำแหน่งสุดท้ายที่ทำงานไว้
ปกติในวินโดวส์ 2000 เมื่อเปิดโปรแกรม Regedit จะจดจำตำแหน่งสุดท้ายที่ทำงานไว้ คุณสามารถปิดการทำงานการจดจำนี้ได้ โดยไปที่ Start แล้วเลือก Run พิมพ์ Regedit แล้วกด Enter แล้วหาค่า HKEY_CURRENT_USER \ Software \ Microsoft \ Windows \ CurrentVersion \ Applets \ Regedit ลบค่าคีย์ต่อไปนี้ทิ้ง LastKey แล้วให้เลือกค่าคีย์ Regedit ที่เมนูเลือก Security / Permissions แล้ยกเลิกการควบคุมการทำงานของยูสเซอร์ปัจจุบันออกซะ จากนั้นปิดโปรแกรม RegEdit แล้วลองล็อคอินใหม่
. . . . .ปรับแต่งเครื่องที่มีหน่วยความจำมากกว่า 512 MB
เพิ่มประสิทธิภาพของระบบซิสเต็มหากคุณมีหน่วยวามจำมากกว่า 512 เมกกะไบต์สามารถที่จะนำระบบบซิสเต็มมาไว้ในหน่วยความจำได้ดังนี้ ในวินโดวส์ 2000 หรือวินโดวส์ XP โดยไปที่ Start แล้วเลือก Run พิมพ์ Regedit แล้วกด Enter แล้วหาค่า HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Session Manager\Memory เแล้วเปลี่ยนค่าคีย์เป็น 1 จากนั้นปิดโปรแกรม RegEdit แล้วลองรีบูทเครื่องใหม่
เปิดหน้าต่างใหม่จากลิงก์ผลลัพธ์ใน Google

ปกติ บราวเซอร์จะถูกตั้งให้ใช้หน้าต่างเดิมในการเปิดหน้าเว็บ ดังนั้นการตั้งข้อกำหนดให้บราวเซอร์เปิดหน้าต่าง ใหม่ทุกครั้งก็สามารถทำได้โดยยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าว ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1. เปิดบราวเซอร์ IE
2. เลือกคำสั่ง Internet Options จากเมนู Tools
3. คลิ้กแท็บ Advanced tab
4. ใต้หัวข้อ Browsing ยกเลิกเช็กบ็อกซ์คำสั่ง “Reuse windows for launching shortcuts” คราวนี้เวลาที่คุณคลิ้กบนลิงก์ใดๆ ในหน้าเว็บ มันก็จะเปิดเว็บเพจนั้นในหน้าต่างบราวเซอร์ใหม่แล้วครับ
. . . .สำหรับผู้ที่ใช้ E- Mail ของ Hotmail และต้องการยกเลิกรับข่าวสารที่ส่งมาให้คุณมากเกินไปจนน่ารำคาญ ซึ่งเป็นข่าวสารต่าง ๆ ที่ในตอนแรกเวลาสมัคร คุณได้ทำการกำหนดให้ทาง Hotmail ส่งมาให้คุณ วิธีการยกเลิกมีวิธีการดังนี้
- ให้คุณ Login เข้าสู่ Hotmail
- ให้มองหาหัวข้อ Hotmail Services ซึ่งอยู่ทางขวามือ และคลิกที่ Free Newletters
- ต่อจากนั้นก็ให้เอา Check box ออกให้ทุกๆ หัวข้อข่าว เพียงเท่านั้นก็จะไม่มีข่าวสารมารบกวนคุณอีกแล้ว

เครดิตคุณ infernox

รวมเทคนิค MSN (ที่คุณอาจยังไม่รู้)ซ้ำครับขอโทษด้วย

โดนบล็อค MSN ไม่ให้ใช้หรือเรามีวิธีแก้ :

โปรแกรมนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการคุยผ่านอินเต อร์เน็ต จนบ้างครั้งเราอาจคุยเพลินจนทางบริษัทเลยบล็อคไม่ให้ สามารถใช้ MSN ได้ี้ผมมีวิธีปัญหาแก้โดย
1. ให้คุณไปดาวน์โหลดโปรแกรม Hopster ที่ http://www.hopster.com ก่อนและติดตั้งให้เรียบร้อย
2. หลังจากนั้นเปิดโปแกรมขึ้นมา แล้วคลิกไปที่แท็บ Proxy เสร็จแล้วให้คลิกเลือก I want to user Internet Explorer Proxy-Settings แล้วคลิกที่ OK
3. ถัดมาให้คลิกที่แท็บ Application แล้วเลือกโปรแกรม MSN หรือจะเลือกโปรแกรม Chat อื่น ๆ อีกก็ได้ที่โดน บล็อค จากนั้นคลิก OK
4. เสร็จแล้วเปิดโปแกรม MSN ขึ้นมาจากนั้นคลิกที่เมนู Tools > Options
5. จะมีหน้าต่าง Options ขึ้นมาให้คุณคลิกที่แท็บ Connection และเลือกที่ I use proxy server จากนั้นก็จะมีช่อง Type: ปรากฎขึ้นมาให้คลิกเลือกคำว่า SOCKS Vertion 5 สำหรับหัวข้อ Server: ให้พิมพ์ตัวเลข 127.0.0.1 ลงไปสำหรับ Port: ให้พิมพ์ตัวเลข 1080 ลงไป แล้วคลิก OK
6. ทีนี้ก็ล๊อคอินเข้า MSN ตามปกติ ซึ่งคราวนี้ก็จะมีตัวโปรแกรม Hopster เด้งขึ้นมาพร้อมกับโปแกรม MSN นั่นแสดงว่าคุณสามารถเล่น MSN ได้แล้ว

ไม่ให้ Popup MSN Today โผล่ขึ้นมาตอน Sign In :
ง่าย ๆ ไม่อยากบรรยายมากเริ่มเลยนะ หลังจาก Sign In เข้า MSN เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่เมนู Tools > Option... แล้วไปที่แท็บ General แล้วเอาเครื่องหมายถูกข้างหน้า display MSN Today... ออก แล้วคลิก OK เมื่อ Sign In ครั้งต่อไปรับรองว่า Popup MSN Today จะไม่โผล่มากวนใจอีกแล้วครับ

ลบรายชื่อส่วนเกินใน MSN :

เคยสังเกตุบ้างไหมว่าเวลาที่เราใช้งาน MSN (โดยเฉพาะตามร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่) โปรแกรมนี้จะจำทุกอีเมล์ที่เข้าใช้งานในช่อง Sign in ทุกครั้ง เพื่อการใช้งานต่อไปจะได้สะดวกขึ้น
แต่หากเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องมีผู้ใช้งานหลา ยคนมักมีอีเมล์ที่มากเกินความจำเป็น ในบางอีเมล์อาจไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ยังคงค้างอยู่ในเครื่องโดยไม่รู้วิธีเอาออกทำให้เ มื่อใช้งานครั้งต่อไปไม่สะดวก อาจเสียเวลานานในการค้นหา ดังนั้นเอาออกเสียดีกว่า วิธีมีดังนี้
- คลิก Start > Run พิมพ์ control userpasswords2 คลิก OK
- ที่หน้าต่าง User Accounts เลือกแท็บ Advanced แล้วคลิกที่ Manage passwords
- เลือกอีเมล์ที่ต้องการลบออก แล้วคลิกที่ Remove คราวนี้ก็จะไม่มีอีเมล์ที่ไม่ใช้งานให้เกะกะ อีกต่อไปแล้วครับ

วิธีย้ายลิสต์จาก MSN จากเก่าไป MSN ใหม่ :

สำหรับวิธีย้าย Contact List ของ MSN นั้นอันดับแรก คุณต้องบันทึก Contact List ที่ต้องการเสียก่อน วิธีการคือ ให้คุณเปิด MSN ขึ้นมา ที่แถบด้านบนของตัวโปรแกรม เลือกคำสั่ง Contacts > Save > Contact List... จะมีหน้าต่าง Save Messenger Contact List ปรากฎขึ้น ให้ระบุตำแหน่งของแฟ้มที่ต้องการบันทึกไฟล์ ตั้งชื่อที่ต้องการแล้ว กด OK เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้ไฟล์รายชื่อ Contact List (นามสกุล .ctt) บันทึกในรูปแบบไฟล์แล้ว
วิธีการนำไปใช้ ให้คุณ Sing-in โปรแกรม MSN ด้วยอีเมล์ใหม่ จากนั้นให้คลิกคำสั่ง Contacts ของโปรแกรม MSN สังเกตุที่บรรทัดล่างสุด จะพบกับคำสั่งย่อย Import Contacts from a Saved File... ให้คลิกคำสั่งนี้แล้วจะปรากฎหน้าต่างให้ค้นหาไฟล์ Contact List ขึ้นมา ให้คุณระบุตำแหน่งไปที่ไฟล์ที่คุณสร้างไว้ตอนต้น แล้วกด Open เพียงเท่านี้ รายชื่อทั้งหมดก็จะเข้ามาอยู่ใน Contact List ของอีเมล์แอดเดรสอันใหม่แล้วครับ

ทำอย่างไรไม่ให้ MSN ต่อเองโดยอัตโนมัติ :

ขั้นตอนการทำให้ MSN ไม่ต่อเองโดยอัตโนมัตินั้นง่าย ๆ มีขั้นตอนต่อไปนี้
1. เข้าสู่โปรแกรม MSN จากนั้นเลือกคำสั่ง Toos > Option
2. เลือกแท็บ Preferences
3. แล้วเอาเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือก Run this program... ออก
4. จากนั้นคลิก OK เพียงเท่านี้ MSN ก็จะไม่ต่อเองโดยอัตโนมัติแล้วถ้าคุณไม่สั่งมันครับ

MSN ล็อคอินอัตโนมัติเองทุกครั้งแก้ไง :


หากว่าคุณพบปัญหา MSN ล็อคอิน ชื่อผู้ใช้งานคนล่าสุดให้เอง หลังจากเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ทั้งที่ ๆ ไม่ได้ Seve Password ก็ให้แก้ดังวิธีต่อไปนี้
1. คลิก Start > Control Panel
2. ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน User Accounts
3. จากนั้นคลิกที่ชื่อผู้ใช้งานในขณะนั้น
4. ขั้นต่อมาให้คลิกที่ Manage my network password
5. เลือกตัวเลือก Passport.net*(Passport)
6. แล้วคลิกปุ่ม Remove
7. คลิกปุ่ม OK
8. จากนั้นคลิกปุ่ม Close เท่านี้ MSN ของคุณก็จะไม่ ล็อคอิน เองอีกแล้วครับ

OE แจ้งข้อผิดพลาดเมื่อลบ Windows Messenger แก้ไง :

ปกติ Outlook Express จะพยายามเริ่มต้นการทำงานโปรแกรม Windows Messenger โดยอัตโนมัติ สำหรับวิธีหลีกเลี่ยงการแจ้งข้อความผิดพลาดดังกล่าว ให้เปิดโปรแกรม Outlook Express คลิกเมนู Tools เลือกคำสั่ง Options คลิกแท็บ General ยกเลิกเช็คบ๊อกซ์หน้าข้อความ “Automatically log on to Windows Messenger” แล้วคลิกปุ่ม OK เพียงแค่นี้คุณก็จะไม่พบข้อความผิดพลาดโผล่ขึ้นมากวน ใจอีกแล้ว ไม่สามารถล๊อกอินใช้งาน MSN ได้ต้องทำ
- คุณพิมพ์ชื่อและรหัสผ่านถูกต้องหรือไม่ ตรวจดูอักษรให้ดี ๆ
- คุณใช้โปรแกรม MSN ผ่านระบบไฟล์วอลล์ หรือไม่ ถ้าผ่านคุณต้องยกเลิกระะบบไฟล์วอลล์ก่อน
- หากว่าคุณใช้ผ่าน Proxy Server ให้ตรวจสอบ IP Addres และพอร์ตที่ใช้งานให้ถูกต้อง

การยกเลิกใช้บริการ Hotmail to SMS
บริการ MSN Mobile Hotmail เป็นบริการของ SMS ในการใช้อีเมล์ผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อขยายการให้บริการอีเมล์ของ Hotmail คุณสามารถใช้บริการ Hotmail ได้จากทุกที่ทุกเวลา จากมือถือที่สนับสนุนเทคโนโลยี SMS ในการยกเลิกก็ให้พิมพ์คำสั่งยกเลิกลงไปดังนี้
1. เข้าสูโหมดของการส่งข้อความ แล้วพิมพ์ A OFF
2. ส่งไปยังหมายเลข 19080011694
3. จากนั้นคุณจะได้รับข้อความตอบรับกลับว่า ระบบทำงานตามคำสั่งโดยสมบูรณ์ หรือไม่ เช่น "You have Successfull turned alerts OFF" หากมีปัญหาในการใช้คำสั่งนี้ ผู้ใช้จะได้รับข้อความแจ้งผิดพลาดที่เกิดขึ้น เท่านี้ก็สามารถยกเลิกได้แล้ว

วิธีเล่น MSN กับเมล์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ hotmail :

ถ้าคุณมี E-Mail ของยี่ห้ออื่น ที่คุณคิดว่าไม่สามารถเล่น MSN Messenger ได้ คุณคิดผิดแล้ว E-Mail ของคุณสามารถเล่นได้ แต่คุณต้องทำตามหัวข้อข้างล่างนี้
เข้าไปที่ http://www.passport.com แล้วหาปุ่มที่เขียนว่า
“Sing Up .NET Passport Free” หรือ “สมัคร .NET Passport” ฟรีวันนี้
จะเข้าไปที่หน้าลงทะเบียน ให้ใส่ข้อมูลต่างๆ แล้วกด “I Accept” หรือ “ฉันตกลง” กด Continue หรือ ดำเนินการต่อ
เข้าไปที่ E-Mail ของคุณ ที่ลงทะเบียนไว้เมื่อสักครู่ จะได้รับ E-Mail จากทาง .NET Passport
เข้าไปที่เมล์เรื่อง Please verify your e-mail address
หาบรรทัดที่เขียนว่า “PLEASE VERIFY THAT THIS IS YOUR E-MAIL ADDRESS by clicking this link:“ แล้วคลิก Link ที่อยู่ข้างหลังข้อความนี้ เพื่อเป็นการยืนยันการตอบรับ
เปิด MSN แล้วคลิก “Click here to sign in” ล็อคอินเข้าไป ใส่ E-Mail ที่ไม่ใช่ของ hotmail และ Password (คลิกเลือกที่ช่องข้างล่าง ถ้าไม่ต้องการใส่ Password อีกในครั้งหน้า)

ไม่สามารถ logon เว็บ Hotmail และได้รับข้อความผิดพลาด… :

"Your web browser options are currently set to disable cookies. To use .NET passport, you must enable cookies." ให้แก้ไขโดยเปลี่ยนวันที่และเวลาของเครื่องคอมพิวเตอ ร์ให้ถูกต้อง

ยกเลิกรับข่าวสารจาก Hotmail :

สำหรับผู้ที่ใช้ E- Mail ของ Hotmail และต้องการยกเลิกรับข่าวสารที่ส่งมาให้คุณมากเกินไปจ นน่ารำคาญ ซึ่งเป็นข่าวสารต่าง ๆ ที่ในตอนแรกเวลาสมัคร คุณได้ทำการกำหนดให้ทาง Hotmail ส่งมาให้คุณ วิธีการยกเลิกมีวิธีการดังนี้
- ให้คุณ Login เข้าสู่ Hotmail
- ให้มองหาหัวข้อ Hotmail Services ซึ่งอยู่ทางขวามือ และคลิกที่ Free Newletters
- ต่อจากนั้นก็ให้เอา Check box ออกให้ทุกๆ หัวข้อข่าว เพียงเท่านั้นก็จะไม่มีข่าวสารมารบกวนคุณอีกแล้ว...

cadie : โดมิโน่
ที่มา - http://www.kaolaow.co.cc/Other/MSN.html