วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2552

การลบ History ของ Google Search

คุณต้องใช้โปรแกรม regedit ครับ
1. ให้คุณเข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Google\NavClient\1.1\History ครับ
2. คลิกขวาที่คีย์ย่อย (sub-key) ของ History เลือกคำสั่ง Delete ก็เสร็จขั้นตอนครับ

การทำให้ Icon โผล่เร็วกว่าเดิม

เวลาที่คุณเข้าไปที่ My Computer จะเห็นว่าไอคอนจะเป็นรูปเดียวกันหมดแล้วจะค่อยๆ ทยอยเป็นไอคอนที่ถูกต้องซึ่งอาจจะทำได้คุณ
1. เปิดหน้าต่าง My computer > Tools > Folder Options

2. จากนั้นให้คุณเลือก View
3. คลิกยกเลิกที่ข้อความที่ว่า " Automatically search for network folder and printer "
4. คลิก Apply และ OK ไอคอนที่ช้าก็จะเร็วขึ้นครับ ทดลองทำดูนะครับ

การตกแต่ง Folder ให้น่าใช้

การตกแต่ง Folder มีวิธีการดังนี้ครับ
1. ให้ทำการคลิกขวาตรง Folder ที่ท่านต้องการ แล้วเลือกที่ Properties (ตัวอย่างด้านล่างได้ทำการตกแต่ง
Folder ชื่อ Smiletips)



2. ในส่วนของหน้าต่าง Properties ให้เลือกที่ Customize > Change Icon ดังตัวอย่างด้านล่าง



3. เมื่อท่านได้ทำตามขั้นตอนที่ 2 แล้วก็จะปรากฎหน้าต่างที่มี Icon ให้เราได้เลือกเยอะแยะ(ตามตัวอย่างผู้เขียน
ได้ทำการเลือกเป็นลูกโลก) เมื่อท่่านได้เลือกเสร็จแล้วให้คลิกที่ปุ่ม OK. ได้เลยครับ



4. ก็จะได้ Folder ที่เป็นสไตล์ของเราทำให้น่าใช้กว่าเดิมเยอะเลยครับ ลองทำดูนะครับ

เทคนิคในการทำให้บูทเครื่อง PC เร็วขึ้น (win 98,win me)

เทคนิคนี้เป็นการเพิ่มความเร็วในการบูทเครื่องครับ จะทำให้เครื่อง PC ของท่าน
บูทขึ้นมาเร็วขึ้นพอสมควรครับ โดยมีวิธีการดังนี้ครับ
1. คลิกขวาที่ Mycomputer เลือก Properties
2. จะขึ้นเมนู Properties ของ Mycomputer ให้ท่านเลือกที่ Performance > virtualmemory

การรวมกันและแยกกันอยู่บน Taskbar(winXP)

วิธีการเล็กๆน้อยๆที่ำทำให้โปรแกรมเดียวกันแต่เปิดเอาใว้หลายๆหน้าให้อยู่รวมกันหรือ
แยกกันอยู่ได้บน Taskbar ก็มีส่วนให้ท่านทำงานได้คล่องขึ้นเหมือนกันนะครับ โดยมี
รายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ
1. ในการเปิดโปรแกรมเดียวกันแต่ต้องเปิดพร้อมกันไว้หลายๆหน้า อย่างเช่น โปรแกรม Internet explorer นั้น
ท่านจะเห็นว่ามันจะถูกรวมกันเป็นปุ่มเดียวตรงทาสก์บาร์แล้วจะมีตัวเลขกำกับจำนวนหน้าที่เปิดเอาไว้ ตัวอย่างเช่น
เมื่อท่านได้เปิด IE เอาไว้จำนวน7 หน้า ท่านก็จะเห็นว่าตรงทาสก์บาร์มีเพียงปุ่มเดียว แต่รวมเป็นโปรแกรม IE
เอาไว้ทั้งหมด เมื่อท่านคลิกเมาส์ที่ปุ่มนี้ก็จะปรากฎรายชื่อขึ้นทั้งหมด 7 รายการที่ท่านได้เปิดไว้ ซึ่งเป็นเมนูที่
winXP ได้กำหนดให้เป็นอย่งนี้ตั้งแต่แรก บางที่การที่มันต้องรวมกันอย่างนี้ก็เป็นการยุ่งยากที่จะทำให้เราไ้ด้ดูว่า
เราได้เปิดโปรแกรมในหน้าที่ชื่อว่าอะไดรไว้บ้าง แล้วเราจะทำไงดีล่ะที่จะให้มันได้แยกกัน
2. วิธีการที่จะทำให้มันได้แยกกันอย่างที่เราได้ตั้งใจไว้ให้ท่านทำตามขั้นตอนดังนี้
2.1 ให้ท่านคลิกขวาบนที่ว่างของ Taskbar เลือก properties
2.2 คลิกเลือกแท็บ taskbar แล้วคลิกยกเลิกเช็กบ็อกซ์ Goup similar Taskbar Button จากนั้นก็คลิก OK.
3. ให้ท่านลองสังเกตุผลลัพธ์ที่ได้ จะเห็นว่าตรงโปรแกรมที่เคยรวมกันอยู่ก็จะแยกเรียงกันอยู่บนทาสก์บาร์

การเพิ่มหน่วยความจำเสมือนเพื่อเป็นการแก้ปัญหาโหลด Aplication ไม่ได้

การเพิ่มหน่วยความจำเสมือนเป็นการใช้พื้นที่ของฮาร์ดดิสก์จำนวนหนึ่งมาทำหน้าที่เป็น
หน่วยความจำหรือที่เรียกว่า Swapfile มีรายละเอียดังนี้ครับ
1. บางท่านอาจจะเคยพบข้อความเตือนบนหน้าจอว่า"Low on vitual memory" การที่มีข้อความขึ้นเตือนอย่งนี้
บอกให้รู้ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้หน่วยความจำของระบบ(RAM)จนหมด แต่ยังไม่เพียงพอกับโปรแกรมที่ท่าน
กำลังทำการใช้งานอยู่ ระบบจึงต้องใช้พื้นที่บนฮาร์ดดิสก์จำนวนหนึ่งมาทำหน้าที่เป็น"หน่วยความจำเสมือน"
(Swapfile)
กรณีเช่นนี้เกิดจากการที่ท่านได้ทำการเปิดใช้โปรแกรมที่มีขนาดใหญ่มากๆ เช่น Photoshop
2. ขั้นตอนการเพิ่มขนาดของ หน่วยความจำเสมือน มีขั้นตอนดังนี้ครับ
2.1 ให้ทำการคลิกขวาที่ My Computer > Properties
2.2 เลือกแท็บ Advance แล้วให้คลิกปุ่ม Setting ในกรอบของ Performance
2.3 คลิกแท็บ Advance จากนั้นให้ดูที่ Virtual memory แล้วคลิกที่ปุ่ม Change
2.4 ในกรอบของ Paging file size for selcted drive ให้คลิกเลือก radiobutton เป็น System
managed size แล้วคลิก OK. ก็เป็นการเพิ่มหน่วยความจำเสมือนได้แล้ว
3. ถ้าหากท่านทำตามขั้นตอนที่ผ่านมาทั้งหมดแล้วยังมีข้อความเตือนเหมือนข้อที่ 1. อีกก็ขอแนะนำให้ท่าน
ทำการเพิ่มหน่วยความจำ (RAM) ขึ้นอีกเป็น 512 MB จะเป็นการดีที่สุด นอกจากจะทำให้ระบบให้
ใช้ Swapfile น้อยที่สุดแล้วยังช่วยให้เปิดโปรแกรมได้ง่ายขึ้น และเป็นการเพิ่มความเร็วของระบบอีกด้วย

วิธีการปิดไดอะล็อกบ็อกซ์แจ้งความผิดพลาดของ Windows

หลายๆท่านคงเคยเจอไดอะล็อกบ็อกซ์ที่เด้งขึ้นมาเมื่อท่านได้ทำอะไรที่ผิดพลาดใน windows
แล้วก็ถามท่านว่าจะส่งข้อผิดพลาดนี้ไปให้ ไมโครซอร์ฟได้รับทราบหรือไม่ ผมก็เคยโดนมาแล้วครับ
แต่ไม่เคยส่งไปสักที แล้วก็เด้งขึ้นมาทุกทีที่ผมทำพลาด แล้วจะทำยังไงดีเมื่อเราไม่อยากให้มัน
เด้งขึ้นมา ผมมีเคล็ดไม่ลับมาบอกครับ
1. ให้คลิกขวาที่ My computer > Properties
2. เมื่ออยู่ในหน้าต่างของ System Properties คลิกที่แท็บ Advanced
3. ให้เลือกคลิกที่ปุ่ม Erroe Reporting ที่อยุ่ด้านล่างของหน้าต่าง Advanced

4. ให้เปลี่ยนจาก Enable Error Reporting เป็น Disable Error Reporting

5. คลิกยกเลิก But notify me when critical error occur

วิธีการส่ง Message ใน Workgroup

ท่านเคยทราบหรือไม่ครับว่าท่านสามารถส่งข้อความถึงทุกคนในเวิร์คกรุปของท่านได้โดยที่ท่านไม่ต้อง ยกหูโทรศัพท์โทรถึงทุกคน โดยมีวิธีง่ายๆแแบนี้ครับ
1. ให้เปิดไดอะล็อกบ็อซ์ Run ขึ้นมา
2. พิมพ์ net send * "ข้อความที่ต้องการส่ง"
3. คลิก OK เท่านี้ทุกๆคนในเวิร์คกรุ๊ปของท่านก็จะได้รับข้อความที่ท่านส่งกันถ้วนหน้าครับ

จะทำอย่างไรเมื่อเปิดโปรแกรมแล้วขึ้นมาเต็มหน้าจอบ้าง ไม่เต็มหน้าจอบ้าง

ท่านเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้หรือเปล่าครับ เมื่อท่านเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วบางครั้งก็ขึ้นเต็มหน้าจอ
แต่บางครั้งที่เปิดขึ้นมาแล้วกลับไม่เต็มหน้าจอ ที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจาก Windows จะจำขนาดของ
หน้าจอสุดท้ายเอาไว้ตอนที่ท่านทำการปิดโปรแกรม ถ้าหากว่าท่านทำการปิดโปรแกรมตอนที่เต็ม
หน้าจอ ตอนที่ท่านเปิดโปรแกรมขึ้นมาก็จะขึ้นเต็มหน้าจอ แต่ถ้าท่านปิดตอนที่ท่านย่อขนาดหน้าจอ
เมื่อท่านเปิดโปรแกรมนั้นขึ้นมาอีกครั้งขนาดก็จะเท่ากับขนาดที่ทำการย่อเอาไว้ครับ แต่ผมมีวิธี
ที่จะทำให้เปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วเต็มหน้าจอทุกครั้งไ้ด้ดังนี้ครับ
1. ให้คลิกขวาที่ช็อตคัตโปรแกรมที่ต้องการ
2. เลือกคำสั่ง Properties
3. คลิกเลือกแท็บ Shortcut
4. ให้ดูที่ไดอะล็อกบ็อกซ์ Run ให้คลิกที่ดรอปดาวน์สิสต์บ็อกซ์ แล้วเลือกเป็น Maximized

5. คลิกที่ Apply > OK ต่อไปเมื่อท่านเปิดโปรแกรมนี้ก็จะขึ้นเต็มจอตลอดแล้วครับ

อยากทราบข้อมูลต่างๆของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่

งานนี้ไม่ยากครับเพียงแค่ท่านทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ท่านก็จะทราบรายละเอียดทุกอย่างครับ
1. ให้เปิดไดอะล็อกบ็อกซ์ Run ขึ้นมาครับ
2. ให้พิมพ์ winmsd
3. คลิก OK
4. จะปรากฎหน้าต่าง system information ขึ้นมาให้ท่านได้ทราบรายละเอียดทั้งหมดของเครื่องเลยครับ

ทำไมต้องสั่ง Defrag ข้อมูล

การที่เราต้องทำการ Defrag ข้อมูลนั้น เพื่อเป็นการจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์เพราะช่วงที่ใช้
เครื่องไปนานๆแล้วท่านจะรุ้สึกว่าเครื่องเริ่มทำงานได้ช้าลงเรื่อยๆสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นเช่นนี้

ก็เนื่อมาจากการจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ ดังนั้นเมื่อเราทำ Defrag ข้อมูลแล้ว ก็จะุทำให้การ
จัดเรียงข้อมูลที่ดีขึ้น ทำให้โหลดข้อมูลเร็วขึ้น จากที่เครื่องเคยทำงานช้าก็จะทำงานได้เร็วขึ้น
โดยปกติควรทำการ Defrag ข้อมูลสัปดาห์ละ 1 ครั้งกำลังดีครับ การเรียกใช้คำสั่ง Defrag
นั้นมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเรียกใช้จากหน้าต่าง Windows เองหรือว่าจะเรียกใช้จาก
หน้าต่าง Command prompt ซึ่งจะมีสวิตซ์ต่างๆมากมายให้ท่านได้ลองทำกัน ดังนี้ครับ
1. การเรียกใช้จากหน้าต่างของ Windows
1.1 ให้คลิกที แล้วให้ทำการเรียกโปรแกรม All program ขึ้นมา
1.2 ให้เลือกที่ Accessories > System Tools > Disk Defragment
1.3 ท่านจะเห็นว่ามีหน้าต่างของ Defrag ขึ้นมาให้ท่านได้ทำการDefrag ข้อมูลแล้วครับ

2. การเรียกใช้จากหน้าต่างของ Command prompt และสวิตซ์ต่างๆที่สมารถใช้ได้
2.1 ให้ท่านเปิดหน้าต่าง RUN (win+R) ขึ้นมาแล้วพิมพ์ CMD(winxp),command(win98)
2.1 จะขึ้นหน้าต่างของ Command prompt
2.3 ถ้าท่านอยากทราบว่าในคำสั่ง Defrag นั้นมีสวิตซ์อะไรที่ให้ใช้ได้บ้าง ก็ลองพิมพ์ defrag/? แล้วกด Enter ครับ
2.4 จะมีสวิตซ์อยู่ตัวหนึ่งที่จะไม่ปรากฎคือ -b ซึ่งสวิตซ์ตัวนี้จะทำการออพติไมซ์ไฟล์ต่างๆที่ใช้ในการบูตเครื่องเท่านั้น
เมื่อเราให้คำสั่งตัวนี้ทำงานแล้ว ไฟล์คำสั่งต่างๆที่ใช้ตอนบุตเครื่องก็จะถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่ทำให้มันถุกอ่านได้เร็วขึ้น
ก็จะมีผลทำให้การบูตเครื่องเร็วขึ้นด้วยครับ

การลบไฟล์ใน History ของ Documents

หลายๆท่านคงเคยเห็นว่าตรง my Recent Documents ที่อยู่ในสตาร์ทเมนูจะมีรายการ
ที่เราเคยใช้ขึ้นมาเีพียบเลยเมื่อต้องการที่ลบจะทำไงดีน้อ ลองทำตามขั้นตอนนี้ดูครับ
1. ให้คลิกขวาตรงพื้นที่ว่างของทาสก์บาร์แล้วเลือก Properties
2. คลิกแท็บ Start menu ให้เลือก บัตตันเป็นแบบ Start menu อย่าเลือกเป็นแบบ Classic
3. คลิกที่ปุ่ม Customize
4. เลือกแท็บ Advance คลิกที่ปุ่ม Clear list เพื่อทำการเคลียร์สิสต์ที่ได้เปิดใช้ที่ผ่านมา
5. ให้คลิกยกเลิกเช็กบ็อกซ์หน้าข้อความ List my most recent opened document เพื่อไม่ให้มีการเก็บข้อมูลไว้ครับ

วิธีการเปลี่ยนสีหน้าต่างของ Command prompt

นานแล้วสินะที่เราเปิดหน้าต่าง Command prompt ขึ้นมาที่ไรก็เจอหน้่าตาเก่าๆเหมือนเดิม
ตอนนี้อยากมีสีสันขึ้นบ้างแล้วครับ ด้วยวิธีการเปลี่ยนสีให้กับหน้าต่างของ Command prompt
มีวิธีการทำได้ดังนี้ครับ
1. ให้เปิดหน้าต่างของ Command prompt ขึ้นมา
2. ให้พิมพ์ color 17 แล้วกด Enter แล้วสังเกตุผลที่ตามมาครับ

3. ตัวเลข 17 ที่ใส่เข้าไปตามหลังนั้นเป็นการบอกค่าของสีพื้นหลังและสีของตัวหนังสือครับ ถ้าไม่ชอบใจสีที่เปลี่ยนนั้นก็
สามารถเปลี่ยนสีได้ตามใจชอบดังนี้ครับ ตัวเลขตัวแรกคือ สีของพื้นหลัง ตัวที่สองเป็นสีของตังหนังสือครับ
0 = สีดำ 9 = สีน้ำเงินสว่าง
1 = สีนำ้เงินเข้ม A = สีเขียวสว่าง
2 = สีเขียวเข้ม B = สีฟ้าอมน้ำเิงินสว่าง
3 = สีฟ้าอมน้ำเงิน C = สีแดงสว่าง
4 = สีแดง D = สีม่วงสว่าง
5 = สีม่วง E = สีเหลืองสว่าง
6 = สีเหลือง F = สีขาวสว่าง
7 = สีขาว
8 = สีเทา
ท่านไม่จำเป็นต้องจำสีที่ผมได้เขียนให้หรอกนะครับ เพียงท่านเข้าไปที่หน้าต่าง Command prompt
แล้วให้ท่านพิมพ์ Color/? แล้วกด Enter ท่านก็จะทราบรายการของสีทั้งหมดแล้วล่ะครับ

วิธีการเปลี่ยนสีหน้าต่าง Command prompt อย่างถาวร

ที่ผ่านมาผมได้เสนอวิธีการเปลียนสีของหน้าต่าง Command prompt ไปแล้วแต่เป็นเพียง
การเปลี่ยนแบบชั่วคคราว ก็คือเมื่อปิดหน้าต่างนี้แล้วเปิดใหม่ก็จะคืนสู่รูปแบบเดิมของวินโดว์

แต่ตอนนี้เราจะเปลี่ยนให้เป็นแบบถาวรไปเลย ไม่ว่าจะเปิดมากี่ครั้งเราก็จะได้ใช้สีที่เราชอบ
ไม่มีเปลี่ยนจนกว่าเราจะเบื่อ.....เอ้าลุยเลย
1. ให้ทำการเปิดหน้าต่าง Command prompt ขึ้นมา
2. ให้พิมพ์ Regedit แล้ว Enter
3. ให้เข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER > Software>Microsoft > Command procssesor
4. ให้มองหาคำว่า DefualtColor แล้วให้ดับเบิ้ลคลิกเข้าไปเลยครับ แล้วทำการแก้ไขตัวเลข 0 เป็นตัวเลข
สองหลักตามที่ท่านจะต้องการให้เป็นสีอะไร (ตัวแรกเป็นสีของพื้นหลัง ตัวที่สองเป็นสีของตัวหนังสือ)เสร็จแล้วคลิก
OK เท่านี้ท่านก็จะได้หน้าต่างของ Command prompt ตามที่ท่านต้องการแล้วละครับ
5. อยากทราบว่าแต่ละสีต้องใช้ตัวเลขอะไรให้พิมพ์ Color/? แล้ว Enter ในหน้าต่าง Command promp


ไม่่ต้องการให้มี Scan disk ตอนที่มีการรีบูท(win 98,me)

หลายท่านคงเคยผ่านการใช้งาน win98,me มาแล้ว คงได้รู้จักวิธีการของวิโดว์ดี
เมื่อเครื่องของท่านต้องทำการ รีบูทหรือเวลาที่เครื่องของท่านมีอาการไม่ตอบสนอง
การทำงานของเมาส์และคีย์บอร์ดแล้ว ท่านต้องกดปุ่ม Restart เพื่อรีบูทเครื่องใหม่
เมื่อเครื่องบูทขึ้นมาแล้วก่อนจะเข้าสู่ระบบ วินโดว์ต้องทำการ Scan disk ให้ท่านก่อน
เพื่อตรวจสอบความเสียหายและแก้ปัญหาที่เกิดจากการรีบูทเครื่อง ซึ่งต้องใช้เวลานาน
พอสมควรในการทำ Scan disk และต้องรอให้มันทำงานจนเสร็จเพื่อความปลอดภัย
ของระบบของท่าน แต่ผมมีวิธีการข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย มีวิธีการง่ายๆดังนี้ครับ
1. ให้เปิดไดอะล็อดบ็อกซ์ Run ขึ้นมา (win+R)
2. ให้พิมพ์ข้อความ msconfig แล้วกด Enter หรือคลิกที่ OK
3. ในแท็บ General ให้คลิกที่ปุ่ม Advance เลือกเช็กบ็อกซ์ที่หน้าข้อความ Disable Scandisk after bad shutdown
เท่านี้ท่านก็ไม่ต้องรอคอยกับการ Scandisk อีกแล้วครับ

การทำให้ Network status ไปแสดงที่ Task bar

ท่านคงเคยเห็นรูปคอมพิวเตอร์เล็กที่อยู่มุมล่างด้านขวาของจอ
แต่จะทำอย่างไรเมื่อมันหายไป หรือถ้าไม่มีแล้วอยากให้มันมาแสดง เพื่อจะได้รู้สถานะของ
การทำงานของ Network....ลองมาดูวิธีการกันเถอะครับ
1. ให้ท่านคลิกขวาที่ไอคอน My Network > properties
2. บนหน้าต่าง Nework connection ให้ท่านคลิกขวาที่รูป ISP หรือ Conection อื่นที่ต้องการแล้วเลือก Properties

3. ให้เลือกคลิกที่แท็บ General แล้วให้คลิกเลือกที่เช็กบ็อกซ์หน้าข้อความ Show icon in notification area
when connected แล้วให้คลิก OK ท่านก็จะได้เห็นสถานะของเน็ทเวิร์คของท่านที่ทาสก์บาร์แล้วล่ะครับ

กำหนดให้ Windows วางสายโมเด็มให้โดยอัตโนมัติ

ท่านสามารถทำให้วินโดว์ทำการวางสายโมเด็มได้โดยอัตโนมัติ โดยให้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา
ที่ท่านได้ตั้งเอาไว้ ตั้งแต่ 1 นาที จนถึง 1 วัน โดยมีวิธีการดังนี้ครับ
1. คลิกขวาีที่ไอคอน My network > Properties
2. ให้คลิกขวาที่ไอคอนของ ISP ที่ท่านใช้อยู่เป็นประจำ แล้วเลือก Properties

3. เลือกคลิกที่แท็บ Options
4. ตรงหัวข้อ Idle time before hanging up ให้คลิกเลือกเวลาที่ท่านต้องการ เท่านี้ท่านก็ไม่ต้องกังวลเรื่อง
ลืม Disconnect แล้วครับ

วิธีการเลืกการแสดงผลเมนูแบบ Start Menu และ Classic

วิธีการนี้จะสามารถทำได้เมื่อท่านเลือกการแสดงแบบ Start menu เ่ท่านั้น วิธีการก็ง่ายๆครับ
1. ให้ท่านทำการเลือการแสดงผลเป็นแบบ Start menu ก่อนครับ โดยคลิกขวาตรงพื้นที่ว่างบนทาสก์บาร์ เลือก Properties เลือกแท็บStartmenu จะมีบัตตันให้เลือกเป็น 2ชนิดคือ แบบ Start menu และ classic
ท่านสามารถเลือกคลิกดูได้ โดยจะมีตัวอย่างแสดงให้ดูด้วย แต่การใช้งานของแต่ละรูปแบบก็จะแตกต่างกันออกไป
ท่านก็สามารถเลือกใช้ได้ตามความ ถนัดของท่าน

การสร้าง Keyboard บนหน้าจอคอมพิวเตอร์(มีด้วยรึ)

การสร้างคีย์บอร์ดบนหน้าจอ อันที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
หรอกนะครับ แต่อยากให้รู้ว่ามัีนสามารถทำได้ และเป็นเกร็ดความรู้ให้ท่านได้
เพราะหลายท่านก็คงไม่เคยรู้แน่เลยใช่ไหมครับ เรามาเริ่มกันเลย

1. ใ้ห้ท่านเปิดหน้าต่าง Run ขึ้นมาครับ(Win+R)
2. พิมพ์ข้อความ OSK เข้าไปแล้วกด Enter เท่านี้ท่านก็จะเห็นรูปคีย์บอร์ดขึ้นมาแล้วละ่ครับ
3. อีกวิธี ก็คือให้ท่านคลิกที่ Start>All program>Accessories>Accessibility เลือก On-ScreenKeyboard
3. การใช้งานคีย์บอร์ดท่านต้องใช้เมาส์ชี้ปุ่มที่ต้องการใช้แล้วก็ คลิก

การเลือกไอคอนของโปรแกรมใส่ในโปรแกรม Start menu ใน win xp

เรื่องที่ผ่านมาผมได้นำเสนอการเลือกใช้รูปแบบของ Start menu แล้วนะครับ ตอนนี้ผมก็
จะขอนำเสนอการทำให้รูปแบบน่าใช้ขึ้นโดยการนำเอาไอคอนของโปรแกรมมาใส่ใน
โปรแกรม Start menu นั้นเองนะครับ แต่วิธีการนี้ำทำได้เฉพาะรูปแบบ Start menu นะครับ
รูปแบบ Classic ไม่สามารถทำได้ครับ เข้าสู่วิธีการกันเลยนะครับ
1. ให้ท่านเปลี่ยนรูปแบบของ Start menu ที่ใช้อยู่เป็นแบบ Start menu ก่อนตามขั้นตอนที่ได้กล่าวไว้แล้วในบทที่ผ่านมา
2. เมื่อท่านได้ทำการเปลี่ยนแล้ว ให้คลิกขวาที่โปรแกรมที่ต้องการ(ต้องเป็นโปรแกรมที่ไม่ใด้มาจาก windows
ตัวอย่างเช่น Internet Explorer ซึ่งโปรแกรมพวกนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Start menu อยู่แล้วครับ)
3. เลือกที่ Pin to start menu เพียงเท่านี้โปรแกรมที่ท่านเลือกก็จะเข้าไปใน Start menu แล้วล่ะครับ
4. ถ้าท่านต้องการเอาออกจาก Start menu ท่านก็คลิกขวาที่โปรแกรมแล้วเลือก Unpin from start menu
ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ลองทำดูนะครับจะทำให้ท่านได้ใช้งาน windows อย่างคุ้มค่าครับ